
วันนี้ (16 ก.ย. 69) ที่ห้องประชุม POC ชั้น 3 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมซักซ้อมแนวทางปฏิบัติในการจัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายและพิธีถวายดอกไม้จันทน์สำหรับประชาชนในส่วนภูมิภาค สำหรับงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านระบบวิดีทัศน์ทางไกล โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม ณ กระทรวงมหาดไทย
.
การประชุมครั้งนี้เป็นการติดตามความก้าวหน้าและซักซ้อมแนวทางการดำเนินงานของจังหวัดและอำเภอ ทั้งการแต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ การเตรียมสถานที่ การจัดทำดอกไม้จันทน์ การเตรียมความพร้อมด้านพิธีการ การจัดบุคลากรอำนวยความสะดวกและดูแลประชาชน ตลอดจนการประชาสัมพันธ์กำหนดการจัดพิธีให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง โดยเน้นย้ำให้ทุกพื้นที่เตรียมความพร้อมและซักซ้อมการปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวทางที่กำหนด
.
สำหรับกำหนดการสำคัญ พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายและพิธีถวายดอกไม้จันทน์ภาคประชาชน กำหนดจัดพร้อมกันทั่วประเทศ ในวันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2569 เวลา 08.30 น. ณ ศาลากลางจังหวัดหรือสถานที่ที่เหมาะสม โดยจะมีการถวายดอกไม้จันทน์ตัวแทนจังหวัดและอำเภอ ในส่วนพิธีถวายดอกไม้จันทน์สำหรับประชาชนในวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ กำหนดจัดในวันพุธที่ 16 ธันวาคม 2569 แบ่งเป็น 2 รอบ ได้แก่ รอบแรกตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป และรอบที่สองตั้งแต่เวลา 18.30 น. เป็นต้นไป และจะหยุดพิธีในช่วงเวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ตามกำหนดเวลา 16.30 น. และ 22.00 น.
.

นอกจากนี้ จังหวัดและอำเภอจะเตรียมจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง อาทิ การจัดการแสดงมหรสพสมโภช การเผาดอกไม้จันทน์ พิธีบำเพ็ญกุศลเถ้าดอกไม้จันทน์ และพิธีลอยเถ้าดอกไม้จันทน์ ซึ่งกำหนดจัดในวันที่ 17 ธันวาคม 2569 เวลา 08.30 น. รวมถึงการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจที่เกี่ยวข้องกับแต่ละพื้นที่ ภายหลังเสร็จพิธีถวายดอกไม้จันทน์ เป็นระยะเวลา 1 เดือน
.

จังหวัดเชียงใหม่จึงขอเชิญชวนหน่วยงานทุกภาคส่วนและประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเตรียมความพร้อมและการจัดทำดอกไม้จันทน์ เพื่อให้การจัดพิธีในทุกพื้นที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมเพรียง เหมาะสม และสมพระเกียรติ
.


ข่าวสังคมชาวบ้านประจำวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2569 โดยสินในน้ำ✍️….คนที่เราไม่ควรเป็นคนหัวร้อน ไม้ขีดก้านเดียวเผาป่าได้ทั้งป่า ความหัวร้อนทำลายชีวิตได้ทั้งชีวิต อย่าเป็นคนที่จุดอารมณ์โกรธติดง่าย จงรู้จักยับยั้งชั่งใจ จะได้ไม่เสียใจภายหลัง คนหัวดื้อ ไฟที่ลุกลาม โดยไม่มีใครช่วยดับ ย่อมทำลายบ้านเรือนให้เป็นเถ้าถ่านได้ ฉันใด คนหัวดื้อที่ไม่ฟังคำแนะนำตักเตือนของใคร ย่อมทำลายชีวิตตนให้ย่อยยับได้ ฉันนั้น คนหัวอ่อน สายน้ำย่อมพัดพาสิ่งต่าง ๆ ลงสู่ทะเล ความงมงายย่อมนำพาผู้คน ไปสู่ความเสื่อม ความเชื่อที่ขาดปัญญาย่อมนำพาให้เกิดทุกข์ อย่าหัวอ่อน เชื่อคนง่ายโดยไร้ซึ่งสติปัญญา….คนที่อายุมากแล้ว อย่าบังคับตัวเองให้มากเกินไป ทำสิ่งที่สบายใจก่อนดีกว่า แก่แล้วไม่ต้องโลภ ตายแล้วก็เอาอะไรไปด้วยไม่ได้ พอใจในสิ่งที่มี มีแล้วรู้จักแบ่งปันบ้าง มองสิ่งรอบให้มีความสุข จิตใจจะได้เบิกบาน มีเมตตา ช่วยเหลือเกื้อกูลไม่ว่าคนหรือสัตว์ เมื่อมีอะไรเกิดขึ้น ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นว่ามันเป็นนั้นเอง จงพยายามช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุด ไม่ทำตัวเป็นภาระแก่ผู้อื่น จงยอมรับความจริงว่า เมื่อมีสิ่งใดเกิดขึ้น มันจะอยู่ไม่นาน แค่ชั่วคราวแล้วก็เปลี่ยนไป ในที่สุดก็จะหมดไป ดับไป เป็นธรรมดา คนแก่ทั้งหลายและที่กำลังจะแก่ในอีกไม่กี่เดือนนี้ ให้ถือปฏิบัติ….ว่ากันเรื่องของคนแก่ก็ขอว่าต่อ สมัยก่อนที่ยังไม่แก่ มีตะรางนัดกับสาวคนนั้น คนนี้ คนโน้น จนนำไม่ได้ว่านัดกับใครบ้าง พอมาถึงเวลานี้ที่อายุมากขึ้น เรื่องนัดเหล่านั้นหายหมด แต่มีนัดกับหมอแทน และมีนัดแทบจะทุกเดือน สามเดือน หกเดือน มีนัดกันตลอด เพราะสังขารของเราที่ใช้มันมากว่า 60 ปี ย่อมล้าและสึกหรอลงไปเป็นเรื่องธรรมดา ผมเองก็มีนัดกับหมอ(ไม่ขอบอกโรงพยาบาล) สิ่งที่เบื่อที่สุดคือการรอคอย เข้าไปถึงโรงพยาบาลยื่นบัตรให้เจ้าหน้าที่ ที่ตึกประกันสังคม จากนั้นก็ไปวัดความดันเอง วัดความดันเสร็จนั่งรอเพื่อเจาะเลือด เจาะเสร็จนั่งรอสอบประวัติ กว่าจะเรียกเข้าไปสอบประวัติเวลาที่รอไม่ต้องพูดถึง พอสอบประวัติเสร็จ นั่งรอพบหมอ เวลาอย่างต่ำ ๆ ร่วมชั่วโมง หรืออาจมากกว่า….ขณะที่นั่งรอพบหมอ เห็นคนข้าง ๆ ที่มาตรวจ เขาบ่นให้ได้ยินว่า ถ้าร้านขายยามันมียาที่เราทานจะไม่มาโรงพยาบาลอย่างแน่นอน วันก่อนเขาก็บอกว่ากว่าจะได้กลับเกือบสองทุ่ม มาตั้งแต่ช่วงบ่าย มันสะท้อนให้เห็นว่า การบริหารจัดการของโรงพยาบาลแทบจะทุกแห่งมันจะดูเหมือนคล้าย ๆ กันเกือบหมด มาที่เรื่องของผม เข้าไปนั่งพบหมอ พอเจ้าหน้าที่เรียกให้เข้าไปพบหมอ หมอเขาก็ถามโน้น ถามนี่ คำสุดท้ายที่ได้ยินเอายาไปกินนะครับ สรุปเวลาที่เราเข้าพบหมอไม่เกิน 5 นาที จากที่นั่งรอมาเป็นชั่ว ๆ ยังครับ ยังไม่จบ ต้องมานั่งรอใบนัดจากเจ้าหน้าที่อีก อย่างน้อยก็เกือบครึ่งชั่วโมง พอได้ใบนัดเสร็จ ต้องมานั่งรอรับยาอีกอย่างน้อยก็เกิน 20 นาที หรือมากกว่านั้น ที่พูดมานี่มิได้ว่าให้โรงพยาบาลเขานะครับ แต่บ่นให้ฟังแค่นั้นเอง ว่าทำไมโรงพยาบาลมันถึงเหมือนกันหมด นี่ถ้าไม่เจ็บไข้ได้ป่วยจะไม่ขอเฉียดเข้ามาโรงพยาบาลเลย ไม่ว่าโรงพยาบาลไหน มันเบื่อกับการที่ต้องมานั่งแถกเหงือกรอคอย
….สินในน้ำ